วันอาทิตย์ที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2551

บ้านวังน้ำเขียวลอดจ์ ตอนที่ 6 ตอนสุดท้าย

ถึงฟาร์มโชคชัย ถึงเวลากินสเต็กที่เรารอคอยแล้วว้าาาาา ไปกันเลย

ขอข้ามผ่านการกินสเต็กนะคับ รูกสึกไม่ประทับใจเลย สเต็ก ราคา 5-700 บาท
เขาเล่าว่ามาฟาร์มวัว ก้อต้องกินสเต็กวัว สั่งมาลองดูหน่อยแล้วกัน รสชาติไม่....
แม่สั่ง กระเพาะเห็ด มีผม ติดมากับไข่ดาวด้วยคับ ก้อเลยให้เขาเปลี่ยนให้
เขาก้อเอาไปเปลี่ยนนะ (หรือว่าแค่เอาออกก้อพอ555)
สเต็กแพงความอร่อยไม่สมกับการรอคอย ที่จะทานสเต๊กเนื้อที่อร่อย
ดูหน้าเลยแล้วกันนะคับ ว่าทำไมถึง..........................

ที่ประดับใจสุดก้อบ่อปลานี่ละคับ ปลาสวยมากชอบๆๆๆ

ดูตัวนี้ชิคับ หล่อสุดๆๆๆ


ตามมาติดกับการรีดนมวัว

พี่ชายคนนี้โชคดีสุดๆ ได้จับนม.. สาวที่พึ่งคลอดลูกใหม่ๆๆ55+


อันนี้พ่อโชว์ฝีมือ ได้หมวกเป็นรางวัลด้วย มาต่อกันที่งวนสัตว์ เลยคับ
สวยสัตว์เขาไม่ใหญนะ แต่ก้อพอดีูได้ แบบว่าพักผ่อนครอบครัว ร่วมทำกิจกรรม





แจกนมจ้าๆๆๆๆๆ

ออกจากฟาร์มโชคชัยคับ เดินทางกลับกรุงเทพกันเลย แวะชื้อของฝากได้ตลอดทางคับ


ไปเที่ยวนุกนาน กับมางานเยอะเลยคับ
ฮิฮิอิ

บ้านวังน้ำเขียวลอดจ์ ตอนที่ 5

มาต่อกันดีกว่่า หลังจากที่เขียนค้างไว้นานมากๆ
กว่าจะได้นอน ก้อ5 ทุ่ม แบบนะวันที่ไป มีคนโทรหาเยอะมาก
อยู่ออฟฟิตไม่เห็นโทรนะ ...
.


กิจกรรมยามเช้า

วิื่งยามเช้า(น่าจะเรียกกลิ้งมากว่านะเนี๊ยฮิฮิ)




เตรียมตัวกลับบ้านจ้า


อาหารเช้าที่วิื่งยามเช้าบ้านวังน้ำเขียวลอดจ์


ออกเดินทางจาก บ้านวังน้ำเขียวลอดจ์ ประมาณ 9.00 นะ วิ่งเส้นเขื่อน มาเรื่อย อากาศเย็นมากๆๆ


ระหว่างทาง เจอทานตะวันกลุ่มเล็กๆๆ

เดินทางสู่ฟาร์มโชคชัย

วันอังคารที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551

บ้านวังน้ำเขียวลอดจ์ ตอนที่ 4

เดินทางจาก สี่คิ้วไป อำเภอวังน้ำเขียว เดินทางทางเส้นปักธงชัย ประมาณ 50kg
เส้นทางไปก้อโอเคนะไม่ได้กันดาร เป็นทางที่สบาย นิดหน่อย ก้อโอเคดีคับ กว่าจะถึง
รีสอร์ทบ้างวังน้ำเขียว ก้อเกือบ บ่ายสาม เช็คอิน รอห้องพักประมาณ 30-40 นาที จิงๆๆ
น่าจะ ทำห้องให้เราเรียบร้อย ก่อนที่เราจะเช้าไป เพราะที่ เข้าไปนี้ เลยเวลาที่นัดไว้ด้วย
แต่ห้องยังไม่เรียบร้อย ทำไมเราหรือหรือว่าเขาไม่เตรียมงานให้เรา ก้อคงเป็นเพราะ
พนักงานทำความสะอาดพูดกันมังว่า ทางคนที่รับจอง ไม่ได้มีการแจ้งเตรียมห้องแต่อย่างใด
แต่ก้อโอคที่รอไม่นาน














ถึงแล้วห้องพักของเรา บ้านริมผา พัก 5 คน รวมกัน ราคา 4000 บาทจ้า
ชึ่งจิงๆราคาห้องอยู่ที่ราคา 2500 บาท เพิ่มอีก 3 คน คนละ 5 ร้อย เป็น 4000 บาท
มาดูข้างในกันดีกว่า





























ก่อนไปเรามีแผนที่จะให้แม่กับพ่อนวด แต่เอาเข้าจิงไม่มีคนนวด ให้ตามที่ลงโฆษณา ยังดีที่มีสระว่ายน้ำ อออ
แต่ว่าสระไว้น้ำถ้าเราจะสั่งอะไรมทาน ก้อต้องไปยกมาเอง อาหารแพงคับ และไม่ได้เรื่อง ไปยกมาให้แม่ทาน เพราะแม่ไม่ได้
เล่นน้ำ คงจะจะทานไรรองท้อง ช่วงรอน้องๆ เล่นน้ำ เราก้อต้องไปยกเอง หารหารสั่างไรก้อไม่มี

ออพอหลังเล่นน้ำเสร็จจะมาทานข้าวในรีสอร์ท เขาบอกว่าให้มาหลัง 6 โมง เพราจะได้มีเวลาทำให้เนื่องจากมี
ลูกค้าที่เป็นกลุ่มพยาบาลมาพักด้วย แต่เราก้อเหนื่อยเต็มที อยากทานข้าว แล้วพักผ่อน เอาเข้าจิงๆๆ ก้อต้องไปทานที่อื่น
แทน พรุ่งนี้จะมาเล่าให้ฟังนะคับ ว่าไปทานที่ไหน บรรยากาศ ใช้ได้คับ ถ้าว่ารีสอร์ทนี้ จะได้ได้ตังเราเลย ถ้าคนที่ไป พูด
ตรงไปตรงมาว่าที่นี่ดีจิงอย่างที่ทุกคนพูดหรือป่าว พรุ่งนี้มาเล่าเรื่องร้านอาหารนะจ๊ะ

ตอนนี้ขอตัวไปนอนก่อนนะัจ๊ะ
บายๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

บ้านวังน้ำเขียวลอดจ์ ตอนที่ 3




ศาลาที่สร้างครอบองค์พระ

เดินทางสู่วัดสรพงษ์ ทางเข้าสวยมากคับ ใหญ่สมคำเล่าลือจิงๆคับ
เพื่อนๆ ที่ไม่เคยไปน่าไปนะ ขนาดยังไม่เสร็จดีนะยังสวยขนาดนี้
ทางเข้าสร้างด้วยงานที่ปรานีต มากๆ คับ


ดูสวยงามใช่ป่าวละคับ ที่สำคัญเขามีโรงทานให้ทานอาหารกันด้วยนะคับ
อย่าลืมไปทานนะคับ อาหารสะอาด และอร่อยด้วยคับ
ฮิอิ ติดตาม ตอนที่ 4 ถึงบ้านวังน้ำเขียวแล้วคับ

บ้านวังน้ำเขียวลอดจ์ ตอนที่ 2



หลังจากที่ทานอาหารเช้า แล้วเราไปเที่ยว ฟาร์มโชคชัย แต่เวลาที่เราไปถึงตอนประมาณ 08.30 น.
ชึ่ง ตามหลังแล้ว วันธรรมดา เขาจะเปิดตอน 10.00น. และ 14.00 น. ชึ่งเราไม่ทราบ เสาร์อาทิตย์ เปิด9.00น.
ก้อเลยเปลี่ยบนใจ ไม่เข้าชมฟาร์มโชคชัย แต่ก้อยังเก็บรูปมาฝากนะ
ฮิอฺอิ
ถ่ายรูปเรียบร้อย ก้อตัดสินใจ ไปเที่ยววัดสรพงษ์ที่อำเภอ สี่หิ้ว เพราะเวลาก่อนไป เช็คอินที่วังน้ำเขียว ยังพอมีเวลา
ก้อเลยเดินทาง ต่อไปอำเภอสี่หิ้ว ชึ่งห่างจากโชคชัย ประมาณ 50กิโลเมตร แต่ก้อโอเคน่า ไปไหว้พระเอาฤก หน่อยแล้วกัน มาดูภาที่วันกันดีกว่าว่าสวยงามขนาดไหน เออลืมไป เราไปแวะที่อนุเสาวรีย์ ท้าวสุรนารี ก่อนคับ มาดูรูปบรรยากาศที่นี่ก่อนดีกว่าคับ



ตั้งใจถ่ายข้างหลังภาพมากกว่าคับฮิฮิ

วันศุกร์ที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551

วังน้ำเขียวลอจด์ ตอนที่ 1

ออกเดินทางวันที่ 19 พ.ย 2008 เวลา ตี4.30 น. กำหนดจริงในการเตรียมการเดินทาง
จะออกเดินทางตอนเวลา ตี 4 เลส นิดหน่อย แต่ก้อยังพอได้ เริ่มเดินทางสูวังน้ำเขียวกันเลยคับ

เราวิ่งจากจรัญ 35 ผ่านเส้นบางพลัด มุ่งหน้าออกนอกเมือง แวะเติมน้ำมันครั้งแรกที่ อยุธยา เติมถังคับ
เดินทางต่อไป รู้สึกว่าพี่จูนจะตื่นเต้นมากกว่าทุกคน คงเพราะไม่ค่อยได้ไปไหนทั้งครอบครัวมัง
ก่อนจะเข้าเขต โคราช พ่อเขาเริ่มง่วง เลยเปลี่ยนให้พี่จูนขับ แล้วพ่อไปนอนหลังรถ พี่จูนขับรถยังไม่ถึง 5 นาที
ตำรวจเรียกจอด ตอนนั่นเราอยู่เลน 3 มัง ก้อไอ้รถสิบรถปาดหน้ากระทันหัน ทำให้เราต้องออกเลนขาวสุด
ตำรวจขอดูใบขับขี่ พี่จูนไม่ได้เอามา ฮิอิ น้องเมย์เอาของตัวเองให้ ตำรวจไม่ว่าอะไรแหะ ฮิอิ ตอนนั่นเขาจะเขียน
ใบสั่งแล้ว แต่เราขอไว้ขี้เกียจ วุ่นวาย แต่เขาก้อยอมปล่อยแต่โดยดีนะ

เดินทางต่อกันดีกว่า เราแวะทานข้าวเช้ากันที่ปั๊มใกล้ปากช่อง อาหารมื้อแรกของการเดินทาง


วันศุกร์ที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2551

เหนื่อยจัง




วันนี้ดูร่างกาย และจิตใจมันจะไม่สามัคคีกันเลย

เหงา เงียบ ใจเหมือนจะหยุดเต้น

แปลกนะเวลาเราคิดไรมากๆๆทำไมฉันเจ็บหัวใจหน้อ

หรือว่าเราจะเป็นโรคหัวใจนะ.......

..........................

วันอังคารที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2551

ก่อนและหลัง. . . . . . . .‏

ก่อนและหลัง. . . . . . . .‏


เมื่อก่อนหอมแก้มเป็นอาจิณ
เด๋วนี้ได้กลิ่นเป็นอาเจียน

เมื่อก่อนเจอกัน อ่ะของฝาก
เด๋วนี้มรึงอยาก ก็ซื้อดิ๊

เมื่อก่อนขับรถรับส่งฟรี
เด๋วนี้เฮ้ย! แท็กซี่เอาอีนี่ไป

เมื่อก่อนร้องไห้เคยกอดปลอบ
ป่าวประกาศช๊อบ ชอบบบบบคนอ่อนไหว
เด๋วนี้กรูร้องไห้โอ้ย....เป็นรัย
อ่ะ กระแดะเข้าไป อยากได้อะไรบอกดีๆ

เมื่อก่อนยิ้มให้ โหย...ใจเต้น
เด๋วนี้ยิ้มให้เห็น กรูปวดขี้*

เมื่อก่อนเฮ้ย...ข๊าว ขาว ว๊าวดูดี
เด๋วนี้ยังกะผี ดูมันชม

เมื่อก่อนข้ามถนนเดินจูงมือ
ข้าวของเงี้ยช่วยถือกัวเราล้ม
เด๋วนี้ยกมือขึ้นพนม
โอม เพี้ยง...ให้มันล้ม
รถเหยียบคอ

เมื่อก่อนสาวมองทำเปนเงียบ
เด๋วนี้ขอเบอร์เพียบ ไอ้หน้าม่อ

เมื่อก่อนจะไปไหนเด๋วป๋มรอ
เด๋วนี้ไม่ง้อ จะไปไม่ไป

เมื่อก่อนทำอะไรผิด
โอ้ย.....นิดหน่อย
เด๋วนี้ เดี๊ยะ ต่อย ...ดีๆ หน่อยได้ไม๊

เมื่อก่อนใครมอง โกดเปนไฟ
เด๋วนี้ ใครอยากได้ กรูให้ฟรี

เมื่อก่อนกินข้าว เด๋วป๋มจ่าย
ก็นะ...เกรงจัย
คุณเปนเลดี้
เด๋วนี้...หลอกแดกกรูฟรีๆ
เซ็งจังอีกนี่เกาะกรูกิน

เมื่อก่อนเรางอน ทำเปนง้อ
โวยวายตัดพ้อชีวิต ชีวิตจะสิ้น
เด๋วนี้เรางอน...ทำท่าจะบิน
งั้นเลิก*...ฟังจนชินต้องไปง้อมัน

เมื่อก่อนโทรตามเอาใจใส่
เด๋วนี้โทรไปปิดเครื่องซะงั้น
เมื่อก่อน เมจเสจ ส่งกันทั้งวัน
เด๋วนี้เครื่องสั่น ลืมจ่ายตังค์

ก็แค่อยากให้นายรู้บ้าง
คบแล้วทิ้งขว้าง รักมั่งไม่รักมั่ง
ถ้าเล่นๆ ก็บอกดิ
"ไม่จิงจัง"

จะเผื่อใจไว้คราวหลัง หลายๆ คน
พวกนายเจ้าชู้ เออก็ได้
แต่ไม่อยากจะเปนควาย หลายๆ หน
มากๆ ชักจะหมดความอดทน
เราก็คนปุถุชนทำมะดา

แต่นี่บอก...
ไม่เจ้าชู้ ตูละเบื่อ
ในสต็อคที่เหลือมันใครหว่า?
ทำเป็นรักใจเดียว ออกหน้าออกตา
ใครตอแหล มารยา ลองคิดดู

กรูโนเนะก็บอกกรูกระแดะ
กรูกระแซะก็บอกกรูกระหรี่
กรูเฉยๆ ก็ว่าหยิ่งสิ้นดี
กรูอ้อนทีก็บอก "น่ารำคาญ"
กรูไม่รับโทรศัพท์ เชิญไปบวช
พอกรูรับ 5 สายรวด โถ..อีร่าน
กรูบอกไม่มีแฟนล่ะหน้าบาน
พอจีบติดไปนานๆ ก้อ

ทิ้งกรู!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!

วันจันทร์ที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2551

วันวาน

เมื่อวาน ไม่รู้คิดงัย หยิบบทกลอนที่เคยเขียน
เอาขึ้นมาอ่าน แปลกนะว่าทำไมตอนนี้เขียนไม่ได้แล้ว
สมัยก่อนไม่รู้มัน เขียนได้กินใจเหลือเกิน
..........เขาถึงบอกว่าถ้าเราอยู่
ช่วงจังหวะนั่นของความรู้สึก เราจะสามารถกลั่นกรอง
ความรู้สึกนั่นออกมาได้ อย่างง่ายดาย

รักเก่าของวันวาน ............
มันทำให้ชีวิตวัยเด็กตื่นเต้นตลอดเวลา นึกถึงที่ไร
ก้ออดอมยิ้มไม่ได้ ไม่ใช่ว่ายังเรู้สึกแบบเดิมนะ
แต่รู้สึกว่า....นี่เราทำไมได้งัยนะ น่าอายจัง

รักเก่าเหมือนประสบการณ์ ดีหรือไม่ดี
มันก้อคือความทรงจำ จิงไหม

รักเ่ก่า ที่ต้องปกปิด รักเก่าที่ไม่กล้าแสดงออก
รักเก่า ที่ทุกคนคิดว่าเราผิด รักเก่าที่มีค่า
แค่...เพียงประสบการ์ที่ผ่านมา และผ่านไป
มีค่าแค่......เส้นทางที่เคยผ่าน ที่ไม่รู้ว่าเมื่อไร
เราจะมีโอกาสผ่านไปอีก หรือถ้าเรามีโอกาสผ่านไป
ไม่รู้ว่าเราจะจำเส้นทางเก่า ๆ นี้ได้อีกหรือป่าว
แล้วเส่้นทางนั่นเขาจะจำได้ไหมว่ามีใครเคยผ่านมาบ้าง

ทางผ่านแห่งความรู้สึก
ทางผ่านแห่งประสบการณ์

ขอบคุณคับ.........

วันพุธที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2551

ปวดหัวจัง

ปกติทุกคนชอบหาว่าฉันสำออย ถ้าฉันปวดหัว 1 เทียบเท่ากับคนอื่นปวดหัวสัก10

ไม่รู้ว่าทำไม น่าจะสำออยอย่างเขาว่ามัง สองวันก่อนปวดหัวมากคงเคลียดเรื่องการเมืองมาก

ตอนนี้ดีขึ้นแล้วคับ มาเคลียดเรื่องตัวเองดีกว่า

วันนี้อยู่เฉยๆๆ ก้อปวดหัว ไม่แน่ใจว่าทำไม อาการเหมือนจะอ้วก ปล.ไม่แพ้ท้องแน่นอน

กรุณาอย่าเข้าใจผิด ฮิอิ เวลา 22.52 นาที อาการดีขึ้นนิดหน่อย นั่งดูรายการทีวี

ขนาดปวดหัวนะยังมีแกใจดูทีวีอีก

อนาคตจะเป็นอย่างไรนะอยากรู้จัง.........................

วันพุธที่ 8 ตุลาคม พ.ศ. 2551

7 ตุลาคม 51

เวลา 6.45 นาที เสียงน้องสาวตระโกน

พ่อ!ๆๆๆๆๆ เขาสลายการชุมนุมแล้ว

จนทำให้ฉันตื่นขึ้นมาดูรายการ

ข่าวยามเช้า ช่อง 3 ของสรยุทธ วินาที



ภาพที่สะท้อนถึงความโหดเหี้ยมที่สุดที่เคยปรากฏมา
นี่คือคนไทยที่โดนตำรวจไทยตำรวจที่เราเราเอาเงินภาษีของเรา
จ้างมันมาทำงาน แต่ทำไมมันถึงทำกับคนไทย แบบนี้คับ

หลังจากดูแล้วทนไม่ได้คับ

8.00 น ฉันกับน้องและพ่อ ขับรถไปเพื่อที่ร่วมเป็นส่วนหนึ่ง
ของพันธมิตร ร่วมกันเคียงข้างเพื่อนๆ เราจอดรถที่สะพานมัฆวาน
แล้วเดินผ่านไปยังสะพาน มีพี่ๆ แจกผ้าชุบน้ำ น้ำอีกขวด
เดินไปผ่านพระบรมรูปทรงมา มีเสียงดังมาก น่าจะเป็นแก๊สน้ำตา
หรือไม่ก้อระเบิด มันดังมาก เราไม่รู้จะเดินไปทางไหน
จนพี่ๆ ป้าๆ น้าๆ เพื่อนๆ บอกให้เดินไปข้างหน้า เดินไป
ให้ถึงรัฐสภา เราก้อเดินไปเรื่อยๆ จนถึง แต่เสียงดังก้อดังไปเรื่อย
ไม่มีท่าทางจะหยุด ณ เวลานั่น เราโทรมาถามเพื่อนว่ามีการระเบิดตรงไหน
เพื่อนบอกระเบิดอู่ทองใน คือช่วงนั้นกัว ไหม กลัว ๆ มาก พ่อ น้อง ไม่รู้
ไม่รู้ว่าจะทำงัย เหมือนตำรวจ ยิงแก๊สสกัดทางฝั่ง อู่ทองใน และพระบรมรูปทรงม้า
เพื่อต้อนให้คนที่อยู่แถวนั่น มาอยู่ตรงกลางรัฐสภาพ จะได้สลายทีเดียว
ณ.เวลา 11.00 น.ตรงรัฐสภา ยังไม่มีอะไรเกิดขึ้น
เราเห็นว่าพี่ ป้าๆ มากันเยอะแล้ว พ่อเขาคงกลัวว่าจะมีอะไรหนัก
เลยกลับตอนนั่น เดินกลับมาทาง พระบรมรูปทรงมา เราเดินมาถึงครึ่งทาง
มีเสียงระเบิดมาอีก ดังมาเกือบ 10 10 ลูก ดังจากบรมรูปทรงม้า

ป้าคนหนึ่งเรียกไว้ว่า หนูๆๆอย่าไปทางนั่นนะเขากำลังยิ่งอย่างหนัก
นี่ป้าโดนมานิดหน่อย อย่าพึ่งไป รอก่อน เราเลยบอกน้องกับพ่อ
บอกว่าอยู่ก่อนอย่าพึ่งเดินไป เรารอสักพัก แต่เวลานั่นมันเคลียดมาก
ไม่รู้ว่าคนที่โดนเป็นงัยมัง มีเสียงรถพยาบาล ศิริราช ทหารเสือของแม่หลวง
และหลายๆ โรงบาล วิ่งกันวุ่นวายไปหมด
ช่วงนั้นเริ่มเคลียดมาก ไม่รู้ว่านี่คือฝันหรือว่าเรืองจิง
ถ้าเป็นฝันก้อขอให้จบทีเถอะ

เรารอสักพักก้อเดินผ่านไปที่บรมรูปทรงม้า มัรถพยาบาล กำลังขนคนเจ็บ
ไปส่งโรงพระยาบาล แค่เราเดินผ่านยังแสบตามากๆ แล้วคนที่โดนจังๆ ละ
พี่เขาจะเป็นงัย น้องๆ ที่โดนจะเจ็บไหม
ตอนนั่น เวลานั่น เรากลัวมาก แต่น้องที่ไม่ด้วยเขาไม่กลัว
แต่เรานะกังวล ห่วงเขา กับพ่อมาก กะว่าจะมาอยู่ทำเนียบ
แต่พอดีพ่อเขารีบมาทำงานจึงต้องกลับมาก่อน
พอกลับมาฉันเอาเงินไปให้เพื่อน (ญาติฝากมา)
ไปให้เพื่อนช่วยทำกับข้าว ส่งไปเป็นกองหนุนพันธมิตร
นั่งดูข่าวพันธมิตรสักพัก ก้อกลับมาบ้าน

มาดูข่าว พอเลาประมาณ 16.00 น โดยประมาณ

มีการสลายการชุมนุมอีกครั้งที่หน้ารัฐสภา ฉันนั่งดูพร้อมน้ำตา
น้ำตาแห่งความเสียใจ น้ำตาแห่งความความซึ้งใจ
มีภาพของตำรวจเลวๆ ยิงเข้าใจปชช. ตลอดเวลา
แม้กระทั่ง ทหารเสือพระราชินี ยังโดนเหมือนกัน





วันอาทิตย์ที่ 5 ตุลาคม พ.ศ. 2551

อารมณ์.............

วันนี้ทำไม หัวใจมันหนักจัง อย่าถามนะว่าทำไม เพราะตัวเราเองยังไม่รู้เลย
รู้แต่ว่าหัวใจมันแน่น และหนัก หรือจะเป็นเรื่องงาน งานที่ยังไม่เจอทางออก
งานที่ไม่มีทางไป หรือว่าเรื่องความรัก เรื่องครอบครัว
หรือว่าเพราะตัวเราเอง


งานนี้น่าจะเพราะตัวเราเองมัง

ตัวเราเองเท่านั่นที่เป็นคนสร้าง

สร้างจุดเด่น จุดด้วย และสร้าง

ใจตัวเองให้เป็นเช่นนี้

เหนื่อยๆๆๆๆๆๆๆๆๆ หนักๆๆๆๆๆๆ

อยากพักจัง เมื่อไรน่าเราจะดีกว่านี้

ฟ้าประทานพรให้เราเกิด สักวันฟ้าต้องประทานพร

ให้เราสมหวัง......สักวัน

วันพุธที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2551

เงียบ

วันนี้เงียบจัง เมื่อวานส่งของให้่ลูกค้าเยอะเกือบไม่ทัน
วันนี้เงียบมาก แต่ยังดี พรุ่งนี้มีนัดกับลูกค้าที่ ตึกใบหยก
ตื่นเต้นมาก ไม่แน่ใจว่าจะพลาดป่าว ดีนะมียายบ๊องไปด้วย
ฮิอฺอิ ไปคนเดียวตายแน่นอน ไม่รอดชัว งานนี้อยากได้มาก
แบบว่าเคยไปทานข้าวที่ห้องอาหารบุฟเฟ่ต์ลอยฟ้า
มาแล้ว ชอบมาก บรรยากาศก้อดีนะ เสียอย่างเดียวฝรั่งเยอะและไม่ค่อยมี บรรยาศ กะว่าจะไปกินบรรยากาสด้วยสุดท้ายแค่กินข้าวก้อพอ เพราะฝรั่งเสียงดังโว้ยวาย แต่อาหารอร่อย ก้อเลยยอมอิอิ


ตอนนี้ 23.50 น. ยายบ๊องเตรียมงานให้ลูกค้าดูพรุ่งนี้
ท่าทางจะเคลียด55+ ไม่ยิ้มเลย แต่เอ...มีร้องเพลงได้งัยว้าา


เวลายายบ๊องบึ้งนะไม่กล้าเข้าใกล้ เดียวโดนด่าโดยใช่เหตู
แต่ก้อน้อยมากๆๆๆๆๆๆๆ


เตรียมตัวไปนอนดีกว่า

วันพุธที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2551

ร้านบ้านก้ามปู

ร้านบ้านก้ามปู


ร้านบ้านก้ามปู , ท่องเที่ยว , ร้านอาหาร

ตอนนี้ใครๆ ก็ใส่ใจและช่วยกันเรื่อง การรณรงค์ลดภาวะโลกร้อน ที่เราพอจะคุ้นหูกับคำว่า Stop Global Warming นั่นล่ะค่ะพูดถึงเรื่องนี้แล้ว We Recommend นึกอยากจะไปนั่งชิลล์ สัมผัสกลิ่นอายธรรมชาติมั่งเหมือนกัน เอ... แล้วในกรุงเทพฯ จะมีที่ๆ ให้เราได้สูดโอโซนได้แบบเต็มปอดบ้างมั้ยนะ? คำตอบรออยู่ย่อหน้าถัดไปค่ะ

มุ่งหน้าไปที่ บ้านก้ามปู (Bankampu Tropical Cafe'') ที่นี่เป็นแกลลอรี่ต้นไม้ เปิดให้คนรักความสงบได้มานั่งจิบกาแฟ ผ่อนคลายไปพร้อมหนังสือเล่มโปรด ท่ามกลางสวนสวย บรรยากาศร่มรื่นใต้ร่มไม้สีเขียวครึ้ม รายล้อมด้วยพันธุ์ไม้สวยงาม

นั่งสัมผัสลมแผ่วเบา ฟังเสียงน้ำตกไหล ได้จากเก้าอี้ที่วางกระจายตามมุมต่างๆ หรือเอกเขนกเอนกายบนโซฟาหนุนหมอนอิงสีสวยภายในร้าน

ร้านบ้านก้ามปู , ท่องเที่ยว , ร้านอาหาร
ร้านบ้านก้ามปู , ท่องเที่ยว , ร้านอาหาร ร้านบ้านก้ามปู , ท่องเที่ยว , ร้านอาหาร ร้านบ้านก้ามปู , ท่องเที่ยว , ร้านอาหาร
ร้านบ้านก้ามปู , ท่องเที่ยว , ร้านอาหาร
ร้านบ้านก้ามปู , ท่องเที่ยว , ร้านอาหาร

หลังจากมองหามุมสงบบนศาลาเรือนไม้ได้แล้ว เดินมาที่คอฟฟี่ช็อปด้านหน้า สั่ง Hot Mocha (75 บาท) ไปนั่งจิบกาแฟแก้วร้อนหอมกรุ่น ละเลียดฟองนุ่มละมุนลิ้นเพลินๆ ถ้าชอบแบบเย็นๆ

มี Strawberry & Blueberry Smoothie (65 บาท) น้ำผลไม้ปั่น ช่วยเรียกความสดชื่นด้วยรสเปรี้ยวหวานลงตัวของผลสตรอเบอรี่และบลูเบอรี่ ใส่ความหอมมันด้วยวิปปิ้งครีมราดสตรอเบอรี่ซอส

เลือกเครื่องดื่มได้แล้ว อย่าลืมจับคู่กับเบเกอรี่โฮมเมดชิ้นโปรดด้วยนะคะ อยากให้ลอง Berry Misu (75 บาท) เค้กสูตรพิเศษประยุกต์จากทีรามิสุ แต่รสหวานซ่อนเปรี้ยว ชุ่มฉ่ำด้วยเนื้อสตรอเบอรี่และราสเบอรี่ มี White Chocolate โรยหน้ามา

เสริมกำลังความอร่อยอีกชั้น หรือจะเป็น Thai Tea Cake (70 บาท) เค้กชาเย็นโฮมเมด หอมกลิ่นชาอ่อนๆ เข้ากันกับเนื้อครีมนุ่มหวานพอดี

ตามด้วย Orange Cake (70 บาท) เค้กส้มแมนดารินรสเปรี้ยวนิดๆ ไม่หวานเลี่ยนเกินไป และสำหรับใครที่ยังไม่ได้ทานข้าวกลางวันมา มีเมนูรองท้องให้ทานด้วย ทั้งแซนด์วิช สลัด และอาหารจานเดียว อย่างเช่น Ham Cheese Sandwich (105 บาท) แซนด์วิชชิ้นโตจานนี้ ใช้ขนมปังโฮลวีทปิ้งร้อนๆ ประกับผักสด แฮม และชีส อิ่มสบายท้องไปเลยค่ะ

ร้านบ้านก้ามปู , ท่องเที่ยว , ร้านอาหาร
ร้านบ้านก้ามปู , ท่องเที่ยว , ร้านอาหาร

บ้านก้ามปู เปรียบเหมือนสวรรค์ของคนรักต้นไม้ และยังเป็นที่ชาร์จพลัง คืนความสดใสให้กับชีวิตคนเมืองที่อยากอยู่กับธรรมชาติ ซึ่งมีไม่กี่แห่งในกรุงเทพฯ และนอกจากจะให้คนรักต้นไม้ได้จับจองไปปลูกที่บ้านแล้ว เค้ายังรับจัดสวน จำหน่ายต้นไม้นานาพันธุ์ ไม้ดอก ไม้ประดับ อุปกรณ์ของแต่งบ้าน และของแต่งสวนน่ารักๆ ด้วยค่ะ

อยากมาที่นี่กันแล้วใช่มั้ยค่ะ... จากโลตัสเลียบทางด่วนรามอินทรา-อาจณรงค์ ตรงไป แล้วกลับรถตรงแยกตัดกับเกษตร-นวมินทร์ แล้วเลี้ยวซ้ายเข้าซอยก่อนถึงปั๊ม Jet ผ่านทางบังคับเลี้ยวขวาแล้วก็เลี้ยวซ้ายเข้า ซ.โยธินพัฒนา 3 แล้วขับไปเรื่อยๆ ข้ามสะพานเล็กๆ ก็จะเจอบ้านก้ามปูอยู่ซ้ายมือ จอดรถข้างหน้าได้เลยค่ะ

ร้านบ้านก้ามปู , ท่องเที่ยว , ร้านอาหาร

ที่ตั้ง : 5/61 ซ.โยธินพัฒนา 3 หมู่ที่ 9 แขวงคลองกุ่ม เขตบึงกุ่ม กรุงเทพฯ 10230
โทร : 0-2946-6016
เปิดบริการ : ทุกวัน 09.00 - 19.00 น
ราคาต่อท่าน : (โดยประมาณ) : 100 บาท

www.pingza.com


หาโอกาสพาคนที่คุณรักไปทานกันนะคับ